5 วิธีสุดแปลกในการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ Blog<
5 วิธีสุดแปลกในการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ
Sunday, 18 October 2015

สวัสดีค่า ก่อนหน้านี้พี่ๆ RMIT English Worldwide ได้มีการพูดถึงวิธีเจ๋งๆในการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษกันไปแล้ว คราวนี้มาดูวิธีแปลกๆ ที่พี่ๆเคยเจอกันมาดีกว่าค่ะ แต่ที่ว่าวิธีแปลกๆไม่ได้หมายความว่าไม่ควรใช้นะคะ แต่บางครั้งอาจได้ผลด้วยซ้ำ!

1. ฝึกฝนทักษะจากกระดาษ Post-it

คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้ากระดาษโน๊ต Post-it กันใช่ไหมคะ กระดาษเหล่านี้ช่วยคอยเตือนความจำให้เราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเรียนหรือการงาน แต่เชื่อไหมคะว่ากระดาษ Post-it สามารถช่วยฝึกฝนภาษาอังกฤษได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากหลักการของการเตือนความจำนั้นคือการที่เราเขียนคำสั้นๆแต่ได้ใจความหรือเขียนในสิ่งที่ตัวเราอาจเข้าใจเพียงคนเดียวลงในกระดาษ แต่น้องๆรู้ไหมคะว่าการเขียนคำสั้นๆเป็นภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำทุกวัน ทำให้เราได้เรียนรู้และจดจำคำเหล่านั้นไปโดยปริยาย เช่น เตือนความจำว่ามีประชุมตอน 11 โมง ก็เขียนสั้นๆว่า “Meeting at 11am” หรือ ส่งงานวิชาวิทยาศาสตร์วันพรุ่งนี้ “Science project due tomorrow” เพียงทำแบบนี้อยู่ทุกวันเพื่อเตือนตัวเอง ก็จะสามารถเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆได้แล้วค่ะ หรืออาจไม่จำเป็นต้องเป็น Post-it ก็ได้ หากใครใช้เป็น To-do app ในมือถือก็สามารถใช้หลักการเดียวกันได้เหมือนกันนะคะ

2. Comment บน Social Media

Social media ในปัจจุบันมีอิทธิพลมากมายกับสังคม ทุกคนเข้าไปยัง Social Media เหล่านี้กันอยู่ทุกวัน และมีการพูดคุยสนทนากันอยู่เป็นประจำเช่นเดียวกัน มีน้องๆหลายๆคนฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการ comment เหมือนกันนะคะ เช่นการเข้าไป comment ในเพจต่างประเทศซึ่งไม่มีคนเข้าใจภาษาไทย หรือการ comment ในโพสต่างๆของเพื่อนๆที่เริ่มต้นสนทนากันด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งการพูดคุยในนี้บางครั้งง่ายต่อการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ เช่นหากกำลัง Comment ว่า พรุ่งนี้จะบินไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่หากไม่ทราบว่าชื่อประเทศสะกดอย่างไร ก็สามารถ Google เพื่อค้นหาคำตอบได้ทันที ดังนั้นน้องๆจะเห็นได้ว่าเมื่ออยู่บนโลกอินเตอร์เนตแล้วก็เรียนรู้ก็จะไม่ได้ยากอีกต่อไปค่า

3. เรียนรู้จาก Meme

Meme คือภาพล้อเล่นที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมคำพูดเป็นประโยคสั้นๆ สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่า meme คืออะไรคลิกที่นี่ได้เลยค่ะ ในปัจจุบันมีคนหลายๆคนสร้าง meme ขึ้นมาเพื่อความบันเทิงที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮากัน ซึ่งเดี๋ยวนี้มีน้องๆหลายๆคนสร้าง Meme ขึ้นมาด้วยตัวเอง และจากที่อ่านกันไปในข้อสอง คำๆไหนที่ไม่รู้ก็จะสามารถหาใน Google ได้ในทันที และยังรวมถึงการอ่าน Meme ที่ถูกแชร์กันในโลกโซเซียลอีกด้วย คำๆไหนที่ยากน้องๆก็จะสามารถเรียนรู้มันได้ในทันทีเช่นเดียวกันค่า

4. เรียนรู้จากการอ่าน Manual Instruction

สำหรับคนที่ชอบประกอบของหรือติดตั้งสิ่งของต่างๆด้วยตัวเอง การอ่าน Manual Instuction (คู่มือ) จะช่วยให้น้องๆเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคู่มือการติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสาร คู่มือการใช้โปรแกรม คู่มือการต่อเก้าอี้ คู่มือการใช้มือถือ ฯลฯ คู่มือเหล่านี้บางครั้งไม่ได้มาเป็นภาษาไทย แต่มีแต่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่าหากน้องๆ ไม่รู้คำไหนก็จะต้องค้นหาคำตอบ ณ ตอนนั้นให้ได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นหรือเสียเงินให้คนอื่นมาติดตั้งให้ก็เป็นได้นะคะ และยิ่งกว่านั้นบางครั้งคู่มือมาอยู่ในรูปแบบของวีดีโอซึ่งก็เท่ากับว่า ไม่เพียงที่น้องๆจะได้ฝึกฝนการอ่านอย่างเดียว แต่สามารถฝึกฝนการฟังด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

5. เรียนรู้จากแอพพลิเคชั่น “DubSmash

หากคนไหนที่ยังไม่เคยลองเล่น Dubsmash ไปลองดาวน์โหลดกันมาเล่นได้เลยนะคะ แอพตัวนี้เป็นแอพที่กำลังมาแรง เพราะเป็นการสร้างวิดีโดโดยใช้เสียงจากภาพยนตร์หรือเพลงจากเจ้าของเสียงตัวจริง หรือที่เรียกกันง่ายๆก็คือ Lip Sync นั่นเองค่ะ สิ่งที่ Dubsmash สามารถช่วยในด้านทักษะการพูดได้ก็คือ หากน้องๆอยากจะ Lip Sync เพลงอะไร น้องๆจะต้องมาฝึกฝนคำหรือประโยคนั้นเพื่อให้ตรงกับเจ้าของเสียงก่อน และการฝึกฝนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการฝึกฝนทักษะการพูดอย่างเดียวแต่สามารถช่วยในเรื่องสำเนียงได้อีกด้วย

หวังว่าน้องๆคงจะลองเริ่มใช้วิธีเหล่านี้ในการฝึกฝนภาษาอังกฤษกันดูนะคะ หรือหากใครมีวิธีฝึกฝนที่แปลกไปกว่านี้อีกก็มาเล่าสู่กันฟังกันได้ที่ Facebook Page ของทาง RMIT English Worldwide ได้เลยค่า

Others News

ประเด็นสนุกๆของการเรียน EAP ที่น้องๆหลายๆคนอาจมองข้าม!

4 May 2016

       EAP คืออะไร ชื่อเต็มๆขอ

10+1 วิธีการเขียนที่จะเปลี่ยนให้น้องๆเป็นมืออาชีพโดยไม่รู้ตัว

4 May 2016

            

If คำสั้นๆความหมายง่ายๆ ที่การใช้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด!

4 May 2016

คำๆนี้น้องๆคงเคยได้ยินกันมาเยอะแล้วนะคะสำหรับคำว่า